"นิสัยของคนดี"

 ๑. เป็นผู้มีศรัทธา คือเชื่อความตรัสรู้ของพระตถาคตว่า แม้เพราะเหตุนี้ๆ พระผู้มี พระภาคพระองค์นั้นเป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไป ดีแล้ว ทรงรู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึก ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นศาสดาของเทวดาและ มนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกพระธรรม.

              ๒. เป็นผู้มีหิริ คือ ละอายกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ละอายต่อการถึงพร้อม แห่งอกุศลธรรมอันลามก.

              ๓. เป็นผู้มีโอตตัปปะ คือ สะดุ้งกลัวกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต สะดุ้งกลัว ต่อการถึงพร้อมแห่งอกุศลธรรมอันลามก.

              ๔. เป็นพหูสูต ทรงธรรมที่ได้สดับแล้ว สั่งสมธรรมที่ได้สดับแล้ว ธรรมเหล่าใดงาม ในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง ธรรมทั้งหลายเห็นปานนั้น อันท่านได้สดับมามาก ทรงจำไว้ได้ สั่งสมด้วยวาจา ตามเพ่งด้วยใจ แทงตลอดด้วยดี ด้วยความเห็น.

              ๕. เป็นผู้ปรารภความเพียร เพื่อละอกุศลธรรม เพื่อถึงพร้อมแห่ง กุศลธรรม มีความ เข้มแข็ง มีความบากบั่นมั่นคง ไม่ทอดธุระในกุศลธรรมทั้งหลาย.

              ๖. เป็นผู้มีสติ คือ ประกอบด้วยสติและปัญญา เครื่องรักษาตนอย่างยิ่ง ระลึกได้ ตามระลึกได้ แม้ซึ่งกิจการที่ทำไว้แล้วนาน แม้ซึ่งถ้อยคำที่พูดไว้แล้วนาน.

              ๗. เป็นผู้มีปัญญา คือ ประกอบด้วยปัญญา อันเห็นความเกิด และ ความดับ อันเป็น อริยะ ชำแรกกิเลส ให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ ดูกรมหานาม อย่างนี้แล อริยสาวกชื่อว่า เป็นผู้ประกอบด้วยสัปปุริสธรรม ๗ ประการ.

"สัปปุริสธรรม 7 ประการ" ในฐานะที่เป็น คุณสมบัติของอริยสาวก หรือผู้ที่กำลังดำเนินไปบนเส้นทางแห่งความพ้นทุกข์

นี่คือการขยายความธรรมะทั้ง 7 ประการนี้ เพื่อให้เห็นภาพการนำไปฝึกฝนตนเองครับ:


1. มีศรัทธา (เชื่อในการตรัสรู้)

  • ขยายความ: ไม่ใช่ความเชื่ออย่างงมงาย แต่คือการเชื่อใน "ศักยภาพของมนุษย์" โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นต้นแบบ ว่ามนุษย์สามารถฝึกตนจนถึงขั้นสูงสุด (บริสุทธิ์ หลุดพ้น และตื่นรู้) ได้ด้วยตนเอง

  • การนำไปใช้: สร้างความมั่นใจว่า "เราก็พัฒนาได้" เมื่อเชื่อในทางที่ถูก แรงบันดาลใจในการทำดีจะเกิดขึ้นอย่างมั่นคง

2. มีหิริ (ละอายต่อบาป)

  • ขยายความ: ความรู้สึก "ไม่ยากทำผิด" เพราะรู้สึกว่ามันสกปรกหรือไม่คู่ควรกับตนเอง เป็นความละอายจากภายในใจ (Inner Conscience) แม้ไม่มีใครเห็นก็ไม่ทำผิด

  • การนำไปใช้: เป็นเกราะป้องกันตัวเราไม่ให้หลงไปทำกายทุจริต วจีทุจริต หรือมโนทุจริต

3. มีโอตตัปปะ (เกรงกลัวต่อบาป)

  • ขยายความ: ความสะดุ้งกลัวต่อ "ผลกระทบ" ของการทำชั่ว เปรียบเหมือนกลัวความร้อนของไฟ จึงไม่กล้าเอามือไปจับ

  • การนำไปใช้: ทำให้เรายับยั้งชั่งใจได้ดีขึ้น เพราะรู้ว่าทุกการกระทำมีผลตามมา (กฎแห่งกรรม/ผลกระทบทางสังคม)

4. เป็นพหูสูต (ผู้ฟังมาก/เรียนรู้มาก)

  • ขยายความ: ในพระสูตรเน้นการ "สดับธรรมที่งดงาม" แล้วทรงจำไว้ให้แม่นยำจน "แทงตลอดด้วยดีด้วยความเห็น" (เข้าใจทะลุปรุโปร่ง)

  • การนำไปใช้: หมั่นเรียนรู้และรับข้อมูลที่ดี (Input) เข้ามาสะสมไว้ในใจ เพื่อให้มีคลังปัญญาไว้ใช้ตัดสินใจในยามคับขัน

5. ปรารภความเพียร (ความบากบั่น)

  • ขยายความ: ความพยายามที่ "ไม่ทอดธุระ" คือการเพียรละสิ่งที่ไม่ดี (อกุศล) และเพียรสร้างสิ่งที่ดี (กุศล) อย่างต่อเนื่อง

  • การนำไปใช้: ความสม่ำเสมอคือหัวใจ พัฒนาตนเองวันละนิดโดยไม่ล้มเลิกกลางคัน

6. มีสติ (ความระลึกได้)

  • ขยายความ: พระสูตรกล่าวถึงการระลึกได้แม้สิ่งที่ทำหรือพูดไว้นานแล้ว แต่ในระดับปฏิบัติคือ "การเท่าทันปัจจุบัน" รู้ว่าตัวเรากำลังทำอะไร คิดอะไร เพื่อรักษาตนไม่ให้ไหลไปตามกระแสอารมณ์

  • การนำไปใช้: ช่วยให้เราเป็นคนรอบคอบ ไม่เผลอทำตัวเป็นพิษต่อสังคม และช่วยให้ใจอยู่กับเนื้อกับตัวเสมอ

7. มีปัญญา (เห็นความเกิด-ดับ)

  • ขยายความ: เป็นปัญญาขั้นสูงสุดที่เห็นว่า "ทุกอย่างไม่มีอะไรยั่งยืน" มีเกิดย่อมมีดับ (อริยปัญญา) ซึ่งจะช่วยชำแรกกิเลสให้ถึงความสิ้นทุกข์

  • การนำไปใช้: เมื่อเห็นว่าทุกข์หรือปัญหาก็มีเกิดและมีดับ เราจะไม่ยึดติดหรือจมอยู่กับมันนานเกินไป ทำให้เราปล่อยวางเป็นและมองโลกอย่างเป็นจริง


💡 สรุปใจความสำคัญจากพระสูตรนี้:

สัปปุริสธรรมชุดนี้คือ "นิสัยของคนดี" ที่จะนำพาชีวิตไปสู่ความเจริญ หากมนุษย์คนใดประกอบด้วยคุณสมบัติ 7 ประการนี้:

  1. เขาจะมี หลักยึด (ศรัทธา)

  2. มี เครื่องป้องกัน (หิริ-โอตตัปปะ)

  3. มี คลังข้อมูล (พหูสูต)

  4. มี พลังขับเคลื่อน (ความเพียร)

  5. มี ความคุมเข้ม (สติ)

  6. และมี แสงสว่างนำทาง (ปัญญา)

นี่คือ "พื้นฐานที่แข็งแกร่ง" ของมนุษย์ที่จะออกไปสร้างสรรค์สังคมที่ดีครับ

 

Comments

Popular posts from this blog

Chiang Tung, Shan State, Myanmar

The story of Training Overseas Dhammaduta Bhikkhus